TCOE Iindustrial Pages

 
 
 
 

"ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น" มั่นใจสิ้นปีนี้อัตราการขยายตัวตามเป้า 10% เหตุจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้น้ำยางเพิ่มขึ้น ขณะที่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ส่งผลให้มีการใช้หน้ากากและถุงมือยางมากขึ้น

นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)(บมจ.) ผู้ผลิตและส่งออกน้ำยางข้นรายใหญ่ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ถึงผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ (มกราคม-มีนาคม)ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจและดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

จากผลการดำเนินงานที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทำให้บริษัทตั้งเป้าอัตราการขยายตัวปีนี้ 10% หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท จากปี 2551 บริษัทมีรายได้รวมประมาณ 9,000 ล้านบาท และมีความมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ตลาดน้ำยางข้น (60%) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญผลิตถุงมือยาง มีราคาอยู่ที่กก.ละประมาณ 50 บาท เป็นราคาที่อุตสาหกรรมต่อเนื่องเช่นอุตสาหกรรมถุงมือยางรับได้

ประกอบกับเวลานี้สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำยางข้นรายใหญ่ของไทย รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจนทำให้อุตสาหกรรมของจีนมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจกล้าขยายการลงทุนจะเห็นได้จากการสั่งซื้อน้ำยางข้นจากบริษัทมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่ประชาชนประเทศที่มีการระบาดต้องป้องกันการติดเชื้อมีการใช้หน้ากากและถุงมือยางส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น จึงส่งผลมาถึงน้ำยางข้นซึ่งเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำด้วย

"
การที่อุตสาหกรรมถุงมือยางหันไปใช้น้ำยางสังเคราะห์แทนน้ำยางธรรมชาติกันมากขึ้น เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อยอดขายของบริษัท เพราะเขาหันไปใช้กันมาตั้ง 5-6 ปีแล้ว และเวลานี้ราคาน้ำยางก็ได้อ่อนตัวลงเป็นราคาที่อุตสาหกรรมเขารับได้จึงไม่น่ามีผลกระทบ"

ทั้งนี้บมจ.ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น ได้รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปี 2551มีรายได้รวมทั้งสิ้น 9,042 ล้านบาท ขาดทุน 202 ล้านบาท เหตุจากปี 2551 มีปัจจัยลบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยากคือภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำมีผลต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยยางแผ่นรมควันที่เคยขึ้นไปถึงกก.ละ110 บาทเดือนกรกฎาคม 2551 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่กก.ละ 59 บาท เดือนตุลาคม และ 39 บาทเดือนธันวาคม ทำให้การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือทำได้ยาก

อนึ่ง ในช่วงกลางปี 2551 ที่ราคายางได้ปรับตัวสูงขึ้น บมจ.ไทยรับเบอร์ฯได้ตั้งเป้าอัตราการเติบโตปี 2551 ถึง 20% จากปี 2550 ที่มีรายได้รวม 8,230 ล้านบาท โดยหวังว่าราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นจะช่วยให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนของราคาในช่วงปลายปีส่งผลต่อการบริหารจัดการจึงทำให้อัตราการเติบโตเป็นไปตามภาวะปกติคือ 10%

 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2426 14 .. - 16 .. 2552

 

 
Copyrights © 2008 www.thaiindustrialpages.com All Rights Reserved.
E-mail : editor@thaiindustrialpages.com